
บิณฑ์เล่าว่า การทำงานครั้งนี้ไม่ง่ายเลย เพราะโครงสร้างอาคารช่วงกลางเสี่ยงถล่มลงมาซ้ำได้ทุกเมื่อ อาจเป็นอันตรายต่อทีมกู้ภัย งานนี้เลยต้องงัดเครื่องจักรขนาดใหญ่มาช่วยยกซากออกจากจุดเสี่ยงก่อน พอได้ระยะที่ปลอดภัยแล้ว ถึงจะส่งทีมกู้ภัยลงไปลุยตรวจสอบต่อ ซึ่งต่างจากช่วงแรกที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าและช่วยเหลือทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากบริเวณรอบนอกได้ทันที
ถึงแม้สถานการณ์จะหนักหนา แต่บิณฑ์ยืนยันว่าทีมกู้ภัยยังไม่หมดหวังที่จะเจอผู้รอดชีวิต โดยระดมทั้งกำลังคนไทยและต่างชาติ รวมถึงเครื่องมือสุดล้ำจากประเทศชิลีมาช่วยเสริมทัพ งานนี้ไร้ปัญหาเรื่องภาษา ทุกคนร่วมใจลุยงานกันแบบเต็มที่! บิณฑ์ยังเคลียร์ดราม่าที่ชาวโซเชียลสงสัยว่าทำงานล่าช้า โดยบอกว่า “เราแข่งกับเวลา แต่ต้องค่อยๆ ทำ คำนึงถึงความปลอดภัยของทีมด้วย ทุกอย่างไม่ได้ช้าแบบที่คิด!”
สำหรับขั้นตอนหลังเจอร่าง ถ้าเป็นผู้เสียชีวิต ทีมจะให้ครอบครัวมาดูเพื่อยืนยัน ก่อนนำร่างใส่ถุงซิปส่งไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อพิสูจน์ตัวตนต่อไป บิณฑ์ยังฝากความห่วงใยไปถึงครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมย้ำว่าทุกทีมยังคงทุ่มสุดตัวเพื่อภารกิจนี้
ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทีมยังคงใช้เครื่องจักรขุดเจาะและเคลียร์ซากจากชั้นบนอย่างต่อเนื่อง พอได้ระยะเหมาะสมก็ส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นกระเช้าเครนไปสำรวจและทำงานต่อ เรียกว่างานนี้ทั้งตื่นเต้นและลุ้นระทึกไปพร้อมกัน! ขอส่งกำลังใจให้ทีมกู้ภัยทุกคนปลอดภัย และหวังว่าจะมีข่าวดีเจอผู้รอดชีวิตเร็วๆ นี้นะคะ!





